Translation Archive

Logo

ชั้นเก็บงานแปลเก่า ๆ ของ Akara

View the Project on GitHub richeyphu/translation-archive

[แปลเพลง] Remo Prototype (CV: Hanamori Yumiri) - Sendan Life + รีวิว


近未来ってそう思うんじゃない 人が人を棄てるような時代
Kin mirai tte sō omou n janai hito ga hito o suteru yōna jidai

無惨に折り重なって 痛い痛いと一斉に鳴いた
Muzan ni orikasanatte itaiitai to isseini naita

妄想が不毛なように 誰も私を取り込もうとしない
Mōsō ga fumōna yō ni dare mo watashi o torikomou to shinai

不安に目を逸らして 有象無象にテンション合わせる
Fuan ni me o sorashite uzōmuzō ni tenshon awaseru

ไม่คิดถึงอนาคตอันใกล้ ช่วงเวลาที่ทุกคนต่างทิ้งจากกัน
กองรวมกันอย่างเวทนา กรีดร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน “มันเจ็บ มันเจ็บ”
ไม่มีใครต้องการฉัน เหมือนกับจินตนาการอันว่างเปล่าของฉัน
ลืมตาไม่ไหวเลย ฉันตึงเครียดกับฝูงชน

綺麗な顔を歪めて 二度と来ない昨日に手を伸ばして
Kireina kao o yugamete nidoto konai kinō ni te o nobashite

消えてく明日は蜃気楼に なってしまった世界は夜に向かう
Kiete ku ashita wa shinkirō ni natte shimatta sekai wa yoru ni mukau

เบ้หน้าที่สวยงามของฉัน เอื้อมมือของฉันไปในวันวานที่มิอาจจะหวนกลับมาได้อีก
และวันพรุ่งนี้ที่หายไปกลายเป็นเพียงความฝัน โลกกำลังมุ่งหน้าสู่ยามราตรี

Bye-Bye

望遠鏡の焦点合わして 水平線の消点探した
Bōenkyō no shōten awa shite suihei-sen no shō ten sagashita

漏れた溜息が苦くても
Moreta tameiki ga nigakute mo

水銀灯の照明落として 降参なんて冗談じゃないって
Suigin-tō no shōmei otoshite kōsan nante jōdanjanai tte

ほんの一瞬だけ笑った
Hon’no isshun dake waratta

บายบาย
เพ่งเล็งผ่านกล้องโทรทรรศน์ หาจุดที่หายไปของขอบฟ้า
แม้ว่าจะถอนหายใจอย่างยากลำบาก
ปิดไฟหลอดแสงจันทร์ ฉันพูดว่า “การยอมแพ้นั้นไม่ใช่ทางออก”
ฉันจึงหัวเราะออกมานิดหน่อย

もうずっと独りきりで 生きた世界も終わりそうなんで
Mō zutto hitori kiri de ikita sekai mo owari-sōnande

剪断寸前の人生も 洗い浚い一斉に焼いた
Sendan sunzen no jinsei mo araizarai isseini yaita

もう今日が昨日のようで 見てる視点も俯瞰になっていた
Mō kefu ga kinō no yō de mi teru shiten mo fukan ni natte ita

瞬きの度に 右往左往大衆は揺れる
Mabataki no tabi ni uōsaō taishū wa yureru

ตอนนี้ฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยว โลกที่มีชีวิตชีวาใกล้ถึงจุดจบ
ฉันจึงเผาช่วงชีวิตที่เหลือทั้งหมดไปพร้อมกับความอ้างว้าง
วันนี้ก็ดูเหมือนกับเมื่อวาน ฉันมองอะไรได้กว้างมากขึ้น
ทุกครั้งที่กระพริบตา ผู้ก็คนต่างสั่นไหวกันอย่างจ้าละหวั่น

乾いた髪を束ねてくれた あの日交わした約束は
Kawaita kami o tabanete kureta ano hi kawashita yakusoku wa

今の私には羞恥心だった って言ったって遅いよ夜は明けた
Ima no watashiniha shūchishindatta tte ittatte osoi yo yohaaketa

เธอมัดผมที่แห้งของฉัน แม้ว่าเธอจะบอกว่า “คำสัญญาที่เราได้มอบให้ในวันนั้น
ช่างน่าสมเพชกับตัวฉันในตอนนี้” มันสายเกินไปแล้วล่ะ รุ่งอรุณได้มาถึงแล้ว

Baby

Rockin’ and Rollin’ 揺らして 全方角に照準合わして
Rockin’ and Rollin’ Yurashite zen hōgaku ni shōjun awa shite

はち切れそうな深層心理を
Hachikire-sōna shinsō shinri o

無情で非情な世界自体を変えたいなんて夢見たって
Mujōde hijōna sekai jitai o kaetai nante yumemi tatte

ほんの一瞬だけで良かった
Hon’no isshun dakede yokatta

Baby
Rockin’ and Rollin’ โยกตัวและตั้งเป้าเพ่งเล็งไปทุกทิศทาง
จิตใจลึก ๆ ของฉันเหมือนจะระเบิดออกมา
ฝันถึงการเปลี่ยนแปลงโลกที่แสนโหดร้ายนี้
มันก็น่าจะดีแม้เพียงครู่เดียว

Bye-Bye

ボーダーレスの現代社会で 障害なんて当然無害で
Bōdāresu no gendai shakai de shōgai nante tōzen mugaide

海と月以外見えない世界へ 大人になっても連れて行くよ
Umi to tsuki igai mienai sekai e otona ni natte mo tsureteiku yo

บายบาย
ปัจจุบันที่ไร้ขอบเขต สังคมที่แม้จะโดนทำลายแต่กลับไม่เป็นไรเลย
ฉันจะพาเธอไปโลกที่เธอจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากดวงจันทร์และมหาสมุทร
ไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตาม

望遠鏡の焦点合わして 水平線の消点探した
Bōenkyō no shōten awa shite suihei-sen no shō ten sagashita

漏れた溜息が苦くても
Moreta tameiki ga nigakute mo

水銀灯の照明落として 降参なんて冗談じゃないって
Suigin-tō no shōmei otoshite kōsan nante jōdanjanai tte

ほんの一瞬だけ笑った
Hon’no isshun dake waratta

เพ่งเล็งผ่านกล้องโทรทรรศน์ หาจุดที่หายไปของขอบฟ้า
แม้ว่าจะถอนหายใจอย่างยากลำบาก
ปิดไฟหลอดแสงจันทร์ ฉันพูดว่า “การยอมแพ้นั้นไม่ใช่ทางออก”
ฉันจึงหัวเราะออกมานิดหน่อย


T/N + Review

สวัสดีครับผม akara อีกเช่นเคยครับ ขอฝากผลงานแปลเพลงชิ้นที่ 3 ด้วยนะครับ อาจมีการแปลผิดบ้างก็ขออภัยด้วยนะครับ (สามารถบอกติแนะได้ จะขอบคุณมากเลยคร้าบบ =/=)

ระหว่างที่ผมกำลังเล่น osu! อยู่นั้น ดันไปพบเพลงนี้พอดี ฟังครั้งแรกก็ชอบเลยครับ (แพ้เสียงสูงตอนท่อนฮุก5555) ก็เลยไปหาข้อมูลมา พบว่าเป็นเพลงโบนัสของเรื่อง Garakowa: Restore the World (Glass no Hana to Kowasu Sekai) หรือ ดอกไม้แก้วกับโลกที่พังสลาย ก็เลยดู พบว่าเรื่องนี้พูดถึงโลกในอุดมคติ โดยมีตัวละหลักคือ Remo และสองสาวคู่หูแอนติไวรัส กับโลกที่พังทลาย เดี๋ยวมาต่อข้างล่าง (มีสปอยเน้ออ)

เมื่อผมดูจบก็ยังรูสึกงง ๆ อยู่ ไม่รู้ว่าจะเศร้าหรืออะไรดี เพราะการดำเนินเรื่องนั้นบีบมากในเวลา 1 ช.ม. โดยตอนแรกก็จะเริ่มเรื่องมาอย่างช้า ๆ พอดูไปเรื่อย ๆ ติดตามชีวิตความน่ารักของ 3 สาวน้อย กลับมีอะไรเยอะแยะเต็มไปหมดจนแทบตามไม่ทัน เหมือนตอนเรียนหนังสืออ่ะครับ(5555) เรื่องนี้ผมมองว่าเขานำสิ่งที่เป็นนามธรรมมานำเสนอเป็นรูปแบบที่เป็นรูปธรรม ทำให้อาจเข้าใจยากขึ้นนิดหน่อย หรืออาจมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่

สิ่งแรกที่เห็นตั้งแต่เริ่มเรื่อง ก็คงจะเป็นเรื่องดนตรี เสียงดนตรีสามารถส่งทอดความรู้สึกต่าง ๆ ผ่านกาลเวลาได้ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ดูอัลหญิงสาวที่ดูนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ กับโดโรธีผู้ที่ไม่ค่อยไว้ใจใคร เมื่อพบกับหญิงสาวปริศนาผู้ที่รู้เพียงแค่ชื่อตัวเองว่า รีโม เมื่อสามสาวนี้มาอยู่รวมกันกลับมีความสุขกันดี ส่วนตัวคิดว่ารีโมได้พยายามจะถ่ายทอดความรู้สึกต่าง ๆ ให้กับสองสาวแอนติไวรัสผู้ที่ไม่มีความรู้สึกอะไร สังเกตได้จากที่ดูอัลพูดในร้านขนมประมาณว่า “พวกเราไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกแบบนั้นได้หรอก ไม่ว่าจะรสชาติ ความฝัน ความรัก และเจตจำนงเสรี (Free will) เพราะมันเป็นสิ่งไม่จำเป็น” ซึ่งผมก็คิดว่ามันก็มีเหตุผลอยู่ เนื่องจากสองสาวนั้นเป็นถูกเปรียบให้เหมือนซอฟแวร์แอนติไวรัส ซึ่งต้องทำงานตามอัลกอริทึมอยู่ และคำสั่งจากผู้ใช้ (user) อยู่แล้ว มิเช่นนั้นถ้าหากโปรแกรมเหล่านี้มีเจตจำนงเสรีขึ้นมา ก็ไม่ต่างจากพวกไวรัส เพราะเขาจะทำการกำจัดคนที่ติดไวรัสได้หรือไม่ หากรู้ว่าคนข้างหน้าเราเป็นเพื่อนหรือคนที่เรารัก ซึ่งจากเรื่องนี้ผู้คนที่อาศัยอยู่โดยมีเจตจำนงเสรี จะถูกมองว่าเป็นไวรัส และต้องถูกลบทิ้งโดยแอนติไวรัสนี้เอง ตามความต้องการของมาเธอร์ เนื่องจากเขามองว่ามนุษย์ที่มีเจตจำนงเสรีนั้นอันตรายต่อโลกและต้องถูกกำจัดทิ้งเสีย ซึ่งสิ่งสวยงามหรือดอกไม้แก้วที่รีโมว่านั้นก็คือเจตจำนงเสรีของพวกคนเหล่านั้นนั่นเอง และนำแต่ส่วนดี ๆ ของคนเหล่านั้นมาประกอบเป็นคนในโลกอุดมคตินั่นเอง ซึ่งในตอบจบนั้นเอง ก็ถือว่ารีโมประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดความรู้สึกความเข้าใจรวมถึงความฝันให้กับสองสาวแอนติไวรัสได้ ดูได้จากการที่สองสาวนั้นร้องไห้ให้กับการหายไปของรีโม และมีความฝันของตัวเอง ส่วนตัวแล้วผมชอบตอนจบ ตอนที่รีโมคืนดอกไม้แก้ว (ความฝัน) ให้กับสุมิเระ (ยายของริโม) และเธอก็มีสิ่งที่ปกป้องอยู่เช่นเดียวกัน

เมื่อดูรวม ๆ แล้ว ตัวละคร ภาพ เสียง ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ติดนิดหน่อยตรงเนื้อเรื่อง ดำเนินเร็วไปหน่อย มีการตัดฉาก เปลี่ยนเรื่องราวไปมา ทำให้ไม่ค่อยมีความรู้สึกที่อินไปกับตัวละครหรือเรื่องราวเลย

เรื่องนี้ให้แค่ 7/10 ละกัน

และนี่ก็คือการรีวิวหนัง/อนิเมะเรื่องแรกตามความเข้าใจของผม สำหรับเพื่อน ๆ คิดว่ายังไงก็มาแบ่งปันกันได้นะครับ ^o^

Edit #1: QC & Lyrics Simplification // thx u mom ♥


เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 19/3/2017 ทางเพจ Akara プ